Back

เรื่องส้วม ๆ ในโรงเรียน

จั่วหัวมาว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับ ส้วม อาจจะดูล่อแหลมไปนิด แต่ประเด็นที่น่าสนใจและได้รับการพูดถึงกันอย่างแพร่หลายคงหนีไม่พ้นประเด็นเรื่องการใช้ห้องน้ำ(ส้วม)ร่วมกันระหว่างครูกับนักเรียน ประกอบกับใกล้จะถึง ‘วันส้วมโลก’ ซึ่งองค์การสหประชาชาติ(UN)ได้กำหนดให้วันที่ 19 พฤษภาคม ของทุกปีเป็น

วันส้วมโลก สาเหตุที่ต้องกำหนดให้มีวันดังกล่าวก็เพราะเนื่องจากในปัจจุบันยังมีประชากรอีกหลายพันล้านคนที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงสุขาภิบาลที่ถูกสุขลักษณะ สะอาด และปลอดภัย โดยองค์การสหประชาชาติมุ่งหวังที่จะให้ผู้คนส่วนใหญ่ได้ตระหนักถึงปัญหานี้และร่วมกันแก้ไขเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ขาดโอกาส

กลับมาที่ประเด็นการใช้ห้องน้ำในโรงเรียน ขออ้างผลสำรวจของ Rocket Media Lab ร่วมกับ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ สอบถามนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในช่วงวันที่ 1-11 มกราคม 2567 จำนวน 1,985 คนทั่วประเทศ โดยถามความคิดเห็นประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อระบบการศึกษา

จากผลการสำรวจพบว่าห้องน้ำในโรงเรียนเป็นสถานที่ที่นักเรียนต้องการให้มีการปรับปรุงมากที่สุด โดยตอบสูงถึง 1,386 คน คิดเป็น 96.92% เหตุที่ผลสำรวจออกมาแบบนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด เพราะห้องน้ำในโรงเรียนต่าง ๆ มีมาตรฐานที่แตกต่างกัน มีการบริหารจัดการเรื่องสุขอนามัยด้วยมาตรฐานที่ไม่เท่ากัน โดยเฉพาะความสะอาดของห้องน้ำครูกับนักเรียน

ทีนี้ก็ต้องมีคำถามว่า ‘แล้วมาตรฐานของห้องน้ำในโรงเรียนควรเป็นอย่างไร’ ตามคู่มือการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนของกรมอนามัยได้ระบุให้โรงเรียนต้องจัดให้มีส้วมหรือห้องสุขาในสถานศึกษาให้เหมาะสมตามกฎกระทรวงฉบับที่ 63 (พ.ศ 2551) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ 2522 โดยกำหนดรายละเอียดว่า

“ห้องน้ำชาย ต้องมีจำนวนห้องส้วม 1 ห้องต่อนักเรียนชาย 50 คน จำนวนโถปัสสาวะ 1 โถต่อนักเรียนชาย 50 คน อ่างล้างมือ 1 อ่างต่อนักเรียนชาย 50 คน ส่วนโรงเรียนที่มีนักเรียนชายเกิน 500 คน ให้เพิ่มอย่างละ 1 ที่ต่อนักเรียนชาย 100 คน ห้องน้ำหญิง ต้องมีจำนวนห้องส้วม 2 ห้องต่อนักเรียนหญิง 50 คน และมีอ่างล้างมือ 1 อ่างต่อนักเรียนหญิง 50 คน ส่วนโรงเรียนที่มีนักเรียนหญิงเกิน 500 คน ให้เพิ่มห้องส้วม 2 ห้องและอ่างล้างมือ 1 อ่างต่อจำนวนนักเรียนหญิง 100 คน”

ส่วนส้วมที่ถูกสุขลักษณะตามคู่มือของกรมอนามัยนั้น ตัวโถส้วมต้องอยู่ในที่ปกปิดไม่ให้ผู้อื่นมองเห็นจากภายนอก และทำจากวัสดุที่แข็งแรงทนทานแสงแดด ลม และฝน รวมทั้งไม่เป็นที่หมักหมมของเชื้อโรค และที่สำคัญคือต้องสะอาด ไม่มีกลิ่นเหม็น

ผู้เขียนต้องบอกก่อนว่ามีหลายโรงเรียนที่มีการบริหารจัดการห้องน้ำได้ดี ถูกสุขลักษณะแต่ก็ยังมีอีกหลายโรงเรียนที่ปล่อยปละละเลยจนเกิดเป็นปัญหาสะสมมานาน นอกจากปัญหาเรื่องการขาดแคลนงบประมาณในการบูรณะซ่อมแซมห้องน้ำดูจะเป็นปัญหาหลักที่สำคัญเช่นกัน เพราะการรองบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐต้องใช้เวลาและมีกระบวนการที่ยุ่งยากซับซ้อน ดังนั้นทางออกที่หลายโรงเรียนทำกันก็คือ ‘การจัดผ้าป่าการศึกษาเพื่อหาเงินมาบูรณะซ่อมแซมห้องน้ำ’ หรือขอเงินสนับสนุนจากภาคเอกชนในท้องที่ ซึ่งการให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมแบบนี้ก็ช่วยแก้ปัญหาไปได้มากทีเดียว

แต่นอกเหนือจากปัญหาเรื่องงบประมาณแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องการใช้ห้องน้ำหรือส้วมในโรงเรียนได้อย่างยั่งยืนคือ ‘การเสริมสร้างพฤติกรรมการใช้ห้องน้ำของนักเรียน’ ซึ่งในส่วนนี้หากมีการดำเนินการและเอาใจใส่อย่างจริงจังก็น่าจะเป็นการแก้ปัญหาระยะยาวได้ดีทีเดียว

เมื่อพิจารณาปัญหาที่เกิดจากห้องน้ำในโรงเรียนหลัก ๆ น่าจะมีอยู่ไม่กี่ประเด็น เช่น ห้องน้ำสกปรก ส่งกลิ่นเหม็น ไม่มีกระดาษชำระ กลอนลูกบิดประตูเสีย ซึ่งปัญหาดังกล่าวอาจเกิดจากพฤติกรรมการใช้ห้องน้ำที่ผิดสุขลักษณะ พฤติกรรมการใช้ห้องน้ำอย่างถูกต้องนั้นเราสามารถทำได้อย่างง่าย ๆ เช่น นั่งบนโถส้วมด้วยท่าทางที่ถูกต้อง ไม่ทิ้งวัสดุอื่นลงในโถส้วม ราดน้ำหรือกดชักโครกทุกครั้งหลังใช้งานเสร็จ และที่สำคัญคือต้องช่วยกันดูแลรักษาห้องน้ำซึ่งถือเป็นสาธารณสมบัติของทุกคนในโรงเรียน

สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่หลาย ๆ โรงเรียนยังไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ห้องน้ำของนักเรียนบางส่วนนั้นก็เนื่องมาจากการตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวยังไม่เข้มข้นเพียงพอจึงจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องเอาใจใส่อย่างจริงจังให้มากกว่าที่เป็นมา

เริ่มตั้งแต่นโยบายในระดับกระทรวงต้องมีความชัดเจนเรื่องมาตรการการใช้ห้องน้ำในโรงเรียน ผู้บริหารระดับเขตพื้นที่การศึกษาต้องเอาใจใส่และลงมาตรวจสอบดูแลอย่างสม่ำเสมอ ผู้บริหารโรงเรียนต้องมีนโยบาย มีโครงการรองรับที่ชัดเจน มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของครูและบุคลากรในโรงเรียนร่วมมือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ห้องน้ำอย่างเข้มข้น มีการติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในเรื่องการบริหารจัดการส้วมอย่างถูกสุขลักษณะ ครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรในโรงเรียนต้องหมั่นตรวจตราเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด จัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมและปลูกฝังสุขนิสัยการใช้ห้องน้ำและส้วมอย่างถูกต้องให้แก่นักเรียน สร้างจิตสำนึกร่วมกัน และปรับทัศนียภาพให้ดูสวยงาม

สุดท้ายตัวนักเรียนเองต้องมีจิตสำนึกสาธารณะ ซึ่งจะเห็นว่าหากครูและผู้บริหารให้ความสำคัญและเอาใจใส่ ผลสะท้อนในเชิงบวกก็จะกลับมาสู่นักเรียนเอง แล้วเมื่อทุกองคาพยพได้รับการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบด้วยความเอาใจใส่อย่างจริงจังเราอาจไม่ต้องอาศัยงบประมาณมากมายในการบูรณะซ่อมแซมหรือสร้างส้วมใหม่ด้วยซ้ำไป ที่สำคัญจิตสำนึกเหล่านี้จะติดตัวนักเรียนตลอดไป

ผู้เขียนเชื่อแน่ว่าหากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อปรับเปลี่ยนห้องน้ำในโรงเรียนให้เป็นอีกหนึ่งสถานที่แห่งความสุข ทุกคนสามารถเข้าไปใช้บริการแล้วเดินกลับออกมาด้วยความสบายใจ หากทำได้เช่นนั้นเราคงไม่ต้องมาพูดถึงประเด็นเรื่องการแบ่งแยกห้องน้ำระหว่างครูกับนักเรียนอีกต่อไป เพราะห้องน้ำจะกลายเป็นสวรรค์น้อย ๆ ของทุกคนในโรงเรียน

เขียน : เจนวุฒิ เขียวเจริญ

ที่มา

https://rocketmedialab.co/student-q1-2024/…
lillyyanawee e
lillyyanawee e

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This website stores cookies on your computer. Cookie Policy