Back

ชวนทำความรู้จัก “บางขุนเทียน” อยู่ตรงไหนของกรุงเทพฯ

รู้หรือไม่กว่า 50 เขตในกรุงเทพมหานคร ‘บางขุนเทียน’ เป็นเขตที่อยู่ทางใต้สุดของกรุงเทพฯ

และเป็นเขตเกษตรกรรมที่มีพื้นที่ติดกับชายทะเลฝั่งอ่าวไทยทำให้มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างจุดชมวิวทะเลบางขุนเทียน หรือสวนเทียนทะเลพัฒนาพฤกษาภิรมย์ที่ทุกคนสามารถมาพักผ่อนกันได้ อีกด้านบางขุนเทียนในปัจจุบันได้พัฒนาหลายส่วน มีที่อยู่อาศัย ห้างสรรพสินค้าและอุตสาหกรรมเกิดขึ้นจึงทำให้บางขุนเทียนเป็นพื้นที่ที่มีการผสมผสานระหว่างความเก่าแก่กับความทันสมัยของการพัฒนาอยู่ด้วยกัน

ในอดีตพื้นที่นี้คนทั่วไปเรียกกันว่า ‘บางขุนเกวียน’ หมายถึงทางน้ำที่เป็นจุดพักของเกวียนต่างๆ ที่จะลงไปทำการค้ากับหัวเมืองทางใต้ของกรุงเทพฯ โดยสันนิษฐานว่ามาจากคำว่า ‘บาง’ หมายถึงทางน้ำเล็กๆ และคำว่า ‘ขุนเกวียน’ พอเวลาผ่านไปมีการเพี้ยนคำจนกลายเป็นคำว่า ‘บางขุนเทียน’ อย่างที่เราคุ้ยเคยกัน โดยปรากฎครั้งแรกใน โคลงนิราศทวาย สมัยรัชกาลที่ 1 ซึ่งเล่าเกี่ยวกับเส้นทางไปรบกับพม่าที่ผ่านบางขุนเทียนด้วย

ปัจจุบันบางขุนเทียนเป็นเขตที่มีขนาดพื้นที่ประมาณ 120.687 ตารางกิโลเมตร แบ่งออกเป็น 2 แขวงคือ แขวงท่าข้าม และ แขวงแสมดำ นอกจากนี้บางขุนเทียนยังเป็นชื่ออำเภอด้วย

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 มีการกำหนดเขตพื้นที่การปกครองกรุงเทพมหานคร โดยในพ.ศ. 2458 กำหนดให้อำเภอบางขุนเทียนเป็นหนึ่งในอำเภอของจังหวัดธนบุรี ต่อมาพ.ศ. 2514 มีการรวมจังหวัดธนบุรีและพระนครเป็นกรุงเทพมหานคร อำเภอบางขุนเทียนจึงเปลี่ยนสถานะเป็นเขตบางขุนเทียน

การเดินทางในบางขุนเทียนส่วนใหญ่จะใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ส่วนรถเมล์สาธารณะมีเพียงไม่กี่สายทำให้มีรถสองแถวคอยบริการส่งตามตรอกซอกซอยแทนเพื่อไปยังถนนเส้นหลัก

ในอนาคตอาจมีโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเข้ม ส่วนต่อขยายฝั่งทางเหนือ(ไปภาชี) และฝั่งทางใต้(ไปมหาชัย)เข้ามาแต่ยังเป็นแค่เพียงแค่แผนของทางภาครัฐเท่านั้น ถนนพระราม 2 ไม่พูดถึงก็ไม่ได้ เพราะเป็นถนนที่ตัดผ่านและเชื่อมต่อ 4 จังหวัดด้วยกัน ซึ่งก็คือ กรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดราชบุรี และยังเป็นเส้นทางหลักที่มุ่งสู่ภาคใต้ของประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีถนนสายสำคัญอื่นๆ เช่น ถนนกาญจนาภิเษก ถนนบางขุนเทียน และถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล

ย่านบางขุนเทียนถือเป็นชุมชนเก่าแก่กว่า 100 ปี เพราะในช่วงพ.ศ. 2410 นั้นชาวมอญที่อพยพมาจากจังหวัดสมุทรสงครามย้ายเข้ามาอยู่อาศัยบริเวณนี้ โดยเฉพาะชุมชนบางกระดี่ ทำให้มีวัฒนธรรมประเพณีเก่าแก่ เช่น ประเพณีการบวช การแต่งงาน เครื่องแต่งกายแบบชาวมอญ มีศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมอญเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่รวบรวมและเก็บรักษาวัฒนธรรมชาวมอญเอาไว้ มีบ้านทะแยมอญ วงดนตรีแบบมอญประกอบไปด้วยเครื่องดนตรีหลายชนิด เช่น จะเข้มอญ หากใครสนใจสามารถเข้าไปศึกษาและเยี่ยมชมได้

ถ้าพูดถึงบางขุนเทียนก็ต้องนึกถึงป่าชายเลน โดยชุมชนบริเวณท่าข้ามในอดีตชุมชนมีอาชีพทำนาเป็นหลัก แต่เพราะความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศจากของป่าโกงกางแถวนั้นที่มีกุ้งอยู่เยอะ ทำให้ชาวบ้านเปลี่ยนมาทำอาชีพจับกุ้งขายแทน ทั้งกุ้งขาวและกุ้งแชบ๊วย โดยใช้วิธีดักกุ้งตามคลองหรือใช้ลอบดัก หรือเลี้ยงกุ้งตามธรรมชาติโดยอาศัยเวลาน้ำขึ้น-น้ำลง โดยปล่อยน้ำกร่อยจากคลองเข้ามาในนาที่ทำคันไว้ซึ่งจะมีเชื้อหรือลูกกุ้งอยู่ ขังน้ำไว้ประมาณเดือนนึงจนลูกกุ้งโตแล้วปล่อยน้ำอออกจับกุ้งไปขาย

แต่ตอนนี้ปริมาณของเชื้อหรือลูกกุ้งมีจำนวนลดลงเพราะสภาพของน้ำที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีสาเหตุมาจากน้ำเน่าเสียที่ถูกปล่อยจากโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงจำนวนของป่าโกงกางที่ลดลงทำให้สภาพแวดล้อมบริเวณนี้ไม่อุดมสมบูรณ์เท่าแต่ก่อน การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติของกระแสน้ำหมุนและคลื่นทะเลบริเวณปากอ่าวไทยทำให้ชายฝั่งทะเลถูกกัดเซาะพังทลาย รวมถึงการกิจกรรมของมนุษย์ก็ส่งผลกระทบเช่นกัน ปัจจุบันจึงมีการรณรงค์ โครงการของภาครัฐที่พยายามจะอนุรักษ์พื้นที่ป่าชายเลนนี้ไว้

ย่านบางขุนเทียนเป็นอีกย่านหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนา การเปลี่ยนแปลงที่ทำให้พื้นที่เจริญทันสมัยขึ้น ขณะเดียวกันก็มีเรื่องเล่าของชุมชน ประวัติศาสตร์ สิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจ ควรค่าแก่การอนุรักษ์และนำมาพัฒนาต่อไปควบคู่กัน

จากที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของบางขุนเทียนเท่านั้น ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ยังไม่ได้เล่า โปรดติดตามต่อไป

เขียนและเรียบเรียง : อรกช สุขสวัสดิ์

ที่มา

https://url.in.th/VlOJw
https://www.silpa-mag.com/history/article_103027
https://url.in.th/GWmnC
https://url.in.th/QtvPt
lillyyanawee e
lillyyanawee e

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This website stores cookies on your computer. Cookie Policy